การใช้งาน

A:

ไม่เหมือน เพราะ การก่ออิฐมวลเบาใช้ปูนก่อสำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ  ซึ่งมีลักษณะเป็นปูนกาว โดยใช้เกรียงก่อสำหรับการก่ออิฐมวลเบา  ส่วนอิฐมอญใช้ปูนทรายและใช้เกรียงใบโพธิ์ในการก่อ

A:
  • ชั้นที่ 1 : ป้ายปูนก่ออิฐมวลเบาเพื่อยึดปูนทรายกับพื้น
  • ชั้นที่ 2 : ใช้ปูนทราย เพื่อปรับระดับ
  • ชั้นที่ 3 : ปูนก่ออิฐมวลเบาเพื่อยึดปูนทรายกับบล็อค

 ขั้นตอนการก่อผนังอิฐ Q-CON

A:

จำเป็น  โดยการก่ออิฐมวลเบาจะใช้ Metal strap เพื่อยึดระหว่างอิฐกับเสาโครงสร้างแทนเหล็กหนวดกุ้ง เพื่อความสะดวก ลดระยะเวลาการทำงานลง

A:

ทำได้โดยการใส่ Metal Strap หรือเหล็กหนวดกุ้ง เพื่อยึดติดระหว่างอิฐ กับ เสาคอนกรีต

A:

ไม่จริง เพราะผนังอิฐ Q-CON ควรฉาบปูนที่ความหนา 5-10 มม. เพราะฉะนั้นวงกบขนาด 9 ซม. จึงฉาบเพียงข้างละ 7.5 มม. (ทั้ง 2 ข้าง) ส่งผลให้ประหยัดค่าปูนฉาบ และทำงานได้รวดเร็ว

A:

การติดตั้งวงกบอลูมิเนียม ควรติดตั้งหลังจากฉาบผนังคอนกรีตมวลเบาเสร็จแล้ว

A:

ต้องเทเสาเอ็นเหมือนอิฐมอญแต่สามารถเพิ่มระยะห่างระหว่างเสาเอ็นได้มากกว่า ในปัจจุบัน Q-CON มีผลิตภัณฑ์คานทับหลังสำเร็จรูป (Q-CON Lintel) ใช้แทนการหล่อคานทับหลังที่หน้างาน ทำให้สามารถลดเวลาและต้นทุนในการทำงานลงได้

A:

ไม่มี เนื่องจากผนังอิฐ Q-CON หนา 7.5 ซม. และฉาบปูน 2 ด้าน มีน้ำหนัก 90 กก./ ตร.ม. ในขณะที่อิฐมอญฉาบปูน2 ด้าน มีน้ำหนักถึง180 กก./ ตร.ม. ดังนั้นการเลือกใช้อิฐ Q-CON ทดแทนผนังอิฐมอญไม่ได้เพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้าง

A:

ไม่เหมือน เพราะการก่อผนังด้วยอิฐ Q-CON ต้องใช้ปูนก่อสำหรับคอนกรีตมวลเบาโดยเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะเป็นปูนกาว โดยใช้เกรียงก่อสำหรับการก่อคอนกรีตมวลเบา ส่วนอิฐมอญใช้ปูนทราย และใช้เกรียงใบโพธิ์ในการก่อ

A:

อิฐ Q-CON แข็งแรง สามารถรับกำลังอัดได้มากถึง 30-80 กก./ ตร.ซม. โดยมากกว่าอิฐมอญถึง 2 เท่า การรับน้ำหนัก สามารถเจาะหรือแขวนสิ่งของต่างๆบนผนังคอนกรีตมวลเบาได้ เพียงใช้พุกสำหรับคอนกรีตมวลเบาในการเจาะผนัง และไม่ทำให้ผนังแตกร้าว โดยพุก 1 ตัวสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 30 กิโลกรัม

A:

ตามมาตรฐาน มอก. รับรองคอนกรีตมวลเบาที่มีความหนาตั้งแต่ 7.5 ซม. ขึ้นไป แต่ความหนาที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดคือ หนา 7.5 ซม. และ 7.0 ซม. ซึ่งคอนกรีตมวลเบาหนา 7.5 ซม. มีความแข็งแรงกว่า รับแรงได้มากกว่า และส่งผลให้ แตกร้าวน้อยกว่า ทั้งขณะขนส่งหรือเมื่อก่อสร้างเสร็จ ในแง่การใช้งาน คอนกรีตมวลเบาหนา 7.0 ซม. ต้องใช้การฉาบที่หนากว่า หรือฉาบถึง 2 ชั้น เพื่อให้ได้ตามความหนาของผนังมาตรฐาน ส่งผลให้ ทำงานได้ช้ากว่า และอาจทำให้งานของคุณเสร็จไม่ทันตามเวลา สิ้นเปลืองปูนก่อ และปูนฉาบ

A:

ใช้ได้ เพราะอิฐ Q-CON มีคุณสมบัติการดูดซึมน้ำต่ำ จึงสามารถใช้กับห้องน้ำหรือผนังภายนอกอาคารส่วนที่ต้องสัมผัสกับน้ำได้ ส่วนการป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราบนผนังห้องน้ำ สามารถทำได้ โดยต้องออกแบบให้ส่วนรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก และจะต้องมีความลาดเอียงของพื้น เพื่อให้น้ำระบายออกได้โดยเร็ว ไม่เกิดน้ำขังตลอดเวลา หรืออาจป้องกันเพิ่มด้วยการทาน้ำยาป้องกันเชื้อราในส่วนของพื้น และผนังที่ต้องมีการสัมผัสความชื้นตลอดเวลา

A:
  • เกรียงก่อ: ใช้ป้ายปูนก่อประสานระหว่างก้อน ควรเลือกใช้ให้ตรงตามความหนาของอิฐ Q-CON
  • หัวปั่นปูน: ใช้ต่อเข้าหัวสว่านไฟฟ้า เพื่อปั่นตีปูนให้ผสมคละเคล้าเข้ากันดี ในเวลาเพียง 1-2 นาที
  • ค้อนยาง: ใช้เคาะปรับแต่งระดับและแนวในการก่อผนังอิฐ Q-CON
  • เลื่อย: ใช้ตัดอิฐ Q-CONให้ได้ขนาดที่ต้องการ
  • เกรียงฟันปลา: ใช้ไสขัดผิวอิฐ Q-CON เพื่อให้หน้าสัมผัสราบเรียบเสมอกัน
  • Metal Strap: ใช้สำหรับยึดอิฐ Q-CON เข้ากับโครงสร้างหลัก เช่น เสา คสล. เป็นต้น
  • ตะแกรงกรงไก่: ติดตั้งบริเวณที่ก่ออิฐ Q-CON ชนกับเสาหรือคาน ติดตั้งทะแยงบริเวณมุมช่องเปิด หรือติดตั้งทับแนวที่มีการเซาะร่องฝังท่องานระบบ เพื่อป้องกันปัญหาการเกิดรอยแยกของปูนฉาบในบริเวณดังกล่าว

คุณสมบัติทั่วไป

A:

ผลิตภัณฑ์ Q-CON ได้รับอนุญาตให้แสดงเครื่องหมาย มอก. จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และสถาบันที่เชื่อถือได้ ดังนี้

มอก. 1505-2541: ชิ้นส่วนคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ
มอก. 1510-2541: แผ่นคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็กแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ
DIN 4165: Autoclaved Aerated Concrete Blocks & Flat Elements
DIN 4223: Steam Cured Reinforced Roof and Floor Panel out of Gas and Foamed Concrete
JIS A 5416-1995: Autoclaved Lightweight Aerated Concrete Panels
ISO 9001: 2000 Certificate No.17553

ผลการทดสอบ

คุณสมบัติของ Q-CON ค่าที่ได้ หน่วย สถาบันที่ทำการทดสอบ
ความหนาแน่น (Dry Density) 500 – 700 กก./ ลบ.ม. (Kg./ Cu.m.) AIT, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กำลังรับแรงอัด (Compressive Strength) 30 – 80 กก./ ตร.ซม. (Kg./ c.m.2) AIT, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ค่าการนำความร้อน , K (Thermal Conductivity) 0.089-0.098 วัตต์/ ม.-เคลวิน (W/ mK) กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
ค่าการถ่ายเทความร้อนของผนัง, OTTV
(Overall Thermal Transfer Value)
12 – 25 วัตต์/ ตร.ม. (W/ m2) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
อัตราการกันไฟ (Fire Protection Ratings) 4 ชั่วโมง (Hr.) คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อัตราการดูดซึมน้ำ (Water Absorption) 30.23 เปอร์เซ็นต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ความแม่นยำของขนาดก้อน (Dimensions) ​+-2 มม. (mm.) คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ค่าการกันเสียง (Sound Transmission Class (STC)) 43 เดซิเบล (dB.) Singapore Productivity And
Standards Board (PSB)
A:

คอนกรีตมวลเบา หรืออิฐมวลเบาเป็นวัสดุที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ก่อผนัง ด้วยกระบวนการผลิตซึ่งเป็นสูตรเฉพาะ ประกอบด้วยส่วนผสมจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (ปูนใช้สำหรับโครงสร้างอาคาร) ทราย ยิปซั่ม ปูนขาว น้ำ และสารผสมเพิ่ม เพื่อให้เกิดฟองอากาศในเนื้อคอนกรีต โดยผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้อุณหภูมิความดันสูง จึงได้เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวน ช่วยกันความร้อนและกันเสียงจากภายนอกสู่ภายในอาคารได้อย่างดี ประหยัดค่าไฟได้ถึง 30% และยังกันไฟได้นานถึง 4 ชั่วโมง

A:

ถึงแม้ว่าอิฐ Q-CON จะประกอบไปด้วยฟองอากาศที่กระจายอยู่ภายในเนื้อวัสดุอยู่จำนวนมากแต่ตัวก้อนตันไม่มีรูกลวง และไม่ได้มีลักษณะเป็นรูพรุนที่ทะลุถึงกันโครงสร้างผลึกรูปทรงกลมในลักษณะปิด (Closed Loop) ของอิฐ Q-CON มีความแข็งแรงมากทำหน้าที่รับแรงกดหรือแรงอัดที่มากระทำจากภายนอกได้อย่างดีจากการทดสอบโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่ามีค่ากำลังอัดถึง 35 ksc (กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คืออิฐ Q-CON เนื้อที่หน้าตัด 1 ตร.ซม. สามารถรับน้ำหนักได้ 35 กก. หรืออิฐ Q-CON ขนาด 20x60x10 ซม. จะรับแรงกดได้ถึง 21 ตัน

A:

เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของอิฐ Q-CON ที่มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอในเนื้อวัสดุ ซึ่งช่องอากาศเหล่านี้ จะทำหน้าที่ลดทอนหรือยืดหน่วงพลังงานความร้อนเอาไว้ไม่ให้ผ่านจากภายนอกเข้าสู่ภายในได้เนื่องจากมีการเปลื่ยนแปลงตัวกลางตลอดเวลาระหว่างเนื้อวัสดุและช่องอากาศจากการทดสอบพบว่าคอนกรีตมวลเบามีคุณสมบัติความเป็นฉนวนมากกว่าอิฐมอญ 4-10 เท่าทำให้ภายในอาคารเย็นสบายกว่า

A:
คุณสมบัติ หน่วย อิฐมอญครึ่งแผ่น อิฐ Q-CON
น้ำหนักรวมปูนฉาบ 2 ด้าน กก./ ตร.ม. 180 90
จำนวนก้อนใช้งาน ก้อน/ ตร.ม. 130 – 145 8.33
ค่าการถ่ายเทความร้อนรวม, OTTV วัตต์/ ตร.ม. 58 – 70 32-42
อัตราการกันเสียง เดซิเบล 38 43
อัตราการกันไฟที่ 1,100 องศาเซลเซียส ชั่วโมง 1 – 2 4
ความเร็วในการก่อ ตร.ม./ วัน 5 – 10 15 – 25
เปอร์เซ็นต์สูญเสีย/ แตกร้าว 10-30% 0-3%
การเซาะร่องฝังงานระบบ ยุ่งยาก ทำได้ง่ายกว่า
คุณภาพวัสดุ ไม่แน่นอน สม่ำเสมอ เท่ากันทุกก้อน
การติดตั้งวงกบประตู-หน้าต่าง หล่อเสาเอ็นทับหลังและต้องมีค้ำยัน ไม่ต้องเททับหลังและไม่ต้องมีค้ำยัน
A:
หัวข้อ/ รายละเอียด อิฐ Q-CON อิฐมอญหรืออิฐแดง
ประเภทผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาที่มีมาตรฐานสูง
ผลิตภัณท์จากวัสดุคุณภาพ คัดเกรดมั่นคงแข็งแรง
อายุการใช้งานยาวนาน
ผลิตจากดินเหนียว ตัดให้ได้ขนาด
แล้วนำเข้าเตาเผาคุณภาพไม่แน่นอน ดีบ้างไม่ดีบ้าง
ขบวนการผลิต ผลิตจากเทคโนโลยีเยอรมัน ภายใต้การอบไอน้ำ
ภายใต้ ความดันสูงจนกระทั่งเนื้อวัสดุเป็นผลึก
ที่แข็งแรงและเบา
ทำด้วยแรงงานชาวบ้านตามชานเมืองที่มี
แหล่งดินเหนียว
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ เป็นไปตาม มอก. 1505-2541 ระบุทุกประการ
ได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล
สินค้าในท้องตลาดส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐาน
ไม่แน่นอน แตกหักง่าย
การขนส่ง และเครื่องย้าย บรรจุบนพาเลทไม้ ใช้เครื่องจักร
รถโฟล์กลิฟท์ขนส่งทีละพาเลท
ขนด้วยแรงงานคนทีละก้อน มีปัญหามาก
ในกรณีอาคารสูง และพื้นที่การกองเก็บ
ขั้นตอนการออกแบบ
โครงสร้างอาคาร น้ำหนักเพียงครึ่งหนึ่งของอิฐมอญ (90 กก./ ตร.ม.)
ประหยัดจากการลดขนาดโครงสร้างอาคาร
โครงสร้างขนาดใหญ่ เนื่องจากน้ำหนัก
มากกว่า 2 เท่า (180 กก./ ตร.ม.)
ขั้นตอนการก่อสร้าง
การควบคุมบริหารงานก่อสร้าง ควบคุมปริมาณวัสดุได้ จัดการอย่างเป็นระบบ ปริมาณใช้งานไม่แน่นอน ไม่เป็นระบบ
ความรวดเร็วในการติดตั้ง ก่อได้ 20-25 ตร.ม./ วัน เร็วกว่า 3-5 เท่า ต้องอาศัยความชำนาญ ก่อได้ 5-8 ตร.ม./ วัน
ขั้นตอนการก่อ ฉาบ ก่อบาง 2 มม. ฉาบบาง 1 ซม. ประหยัดวัสดุ
ไม่แตกร้าว
ก่อหนา 1.5 ซม. ฉาบหนา 2 ซม. แตกร้าวง่าย
ขั้นตอนการใช้อาคาร
ประหยัดจากการลดขนาดเครื่องปรับอากาศลง 20% ประหยัดได้ประมาณ 3,000 – 9,000 บาท/ เครื่อง เครื่องปรับอากาศ ต้องมีขนาดใหญ่
และทำงานหนักเกือบตลอดเวลา
การประหยัดค่าไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศ Q-CON ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 30% อิฐมอญไม่เป็นฉนวนและเก็บสะสมความร้อน
ไว้ในตัวเอง สิ้นเปลืองไฟมาก
การกันเสียง กันเสียงได้ดี ไม่กันเสียง
ปลอดภัยกว่า เมื่อเกิดไฟไหม้อาคาร ทนไฟและกันได้นานกว่า 4 ชั่วโมง กันไฟได้เพียง 1 – 1.5 ซม. เท่านั้น