หน้าร้อนทีไร เป็นต้องมองหาวิธีรับมือกับความร้อน สำหรับร่างกาย เพียงเลือกใช้เสื้อผ้าที่โปร่งสบายเหมาะกับอากาศ แต่ถ้าเป็นความร้อนที่จู่โจมบ้านล่ะ จะจับบ้านแต่งตัวรับร้อนได้หรือไม่?

 คล้ายๆเครื่องแต่งกาย การเลือกวัสดุสร้างบ้าน ไม่เพียงสวยงาม แต่ต้องเหมาะสม คุ้มค่า และประหยัดค่าใช้จ่าย บ้านยิ่งร้อน ยิ่งเปลืองพลังงานไฟฟ้าจากการเปิดแอร์ มีวัสดุใดบ้างที่จะช่วยให้บ้านคุณรับร้อนได้อย่างประหยัดพลังงานและเงินในกระเป๋า

หลังคา เปรียบดังหมวกของบ้าน เป็นด่านแรกที่รับความร้อนโดยตรงจากแสงแดด และถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้าน แต่ก็เป็นจุดแรกที่จะปกป้องบ้านจากความร้อน โดยใช้ แผ่นสะท้อนความร้อน ติดตั้งใต้กระเบื้องมุงหลังคา เพื่อสกัดความร้อนและสะท้อนกลับออกไปตั้งแต่ด่านแรก และใช้ ฉนวนกันความร้อน ติดตั้งบนฝ้าเพดาน เพื่อดูดซับความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้การออกแบบรูปทรงหลังคาให้มีพื้นที่ว่างใต้หลังคามาก จะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ เพราะโดยธรรมชาติอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่ด้านบน และอาจใช้ ฝ้าชายคาชนิดที่มีช่องระบายอากาศ เพื่อช่วยถ่ายเทความร้อนที่สะสมใต้โถงหลังคาร่วมด้วยหมวกของบ้านที่คุณเลือกก็จะสวย และช่วยให้บ้านเย็นได้ครบสูตร

พื้นบ้าน คือรองเท้าที่ต้องสวมสบาย ทั้งด้วยผิวสัมผัสและอุณหภูมิที่พอเหมาะ สำหรับหน้าร้อนและอากาศบ้านเรา การปูพื้นชั้นล่างด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หินอ่อน หินแกรนิต หรือวัสดุที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น กระเบื้องเซรามิค หินขัด(เทอร์ราซโซ) จะช่วยกักเก็บความเย็นจากพื้นดินได้เป็นอย่างดี ทำให้พื้นบ้านเย็นและรู้สึกสบายเท้า

ผนัง เปรียบดังเสื้อผ้าที่ห่อหุ้ม ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวบ้าน เป็นบริเวณที่สะสมความร้อนจากแสงแดดตลอดทั้งวัน จึงมีผลต่อความเย็นภายในบ้าน หากเป็นช่องแสง ควรเลือกใช้ กระจกชนิดตัดแสง ซึ่งช่วยลดปริมาณแสงและลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ ส่วนบริเวณผนังทึบ อิฐมวลเบา เป็นวัสดุก่อผนังที่มีค่าการสะสมความร้อนต่ำ สามารถกันความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับเป็นผนังบ้านรวมถึงผนังภายใน ที่จะช่วยให้บ้านเย็นสบาย และประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากการเปิดแอร์

การเลือกอิฐมวลเบาสำหรับผนังซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของบ้าน หรือแม้แต่วัสดุอื่นๆที่จะช่วยประหยัดพลังงานให้บ้าน ต้นทุนไม่แพงอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าในระยะยาว โดยมีเคล็ดลับง่ายๆ คือ เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ จากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ และผ่านการรับรองมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับสำหรับอิฐมวลเบาให้สังเกตที่ ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง จากกระทรวงพลังงานและเพื่อความมั่นใจอีกขั้น ต้องเป็นอิฐมวลเบาที่ได้รับฉลากทุกชั้นคุณภาพทั้งชั้นคุณภาพ G2 ซึ่งเหมาะกับผนังอาคารแบบมีเสาและคานทั่วไป และชั้นคุณภาพ G4 ซึ่งเหมาะกับงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแกร่งสูง

เมื่อสร้างบ้านด้วยวัสดุประหยัดพลังงานกันแล้ว นั่นคือความคุ้มค่าในระยะยาว เพราะบ้านของคุณจะรับมือกับความร้อนได้ตลอดไป ประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายได้ทุกฤดู